การลงทุนของรัฐวิสาหกิจ และเม็ดเงินเข้าประเทศในช่วงสิ้นปี

Last updated: Nov 18, 2019  |  77 จำนวนผู้เข้าชม  |  สาระ สีสันน่ารู้

การลงทุนของรัฐวิสาหกิจ และเม็ดเงินเข้าประเทศในช่วงสิ้นปี

การลงทุนของรัฐวิสาหกิจ และเม็ดเงินเข้าประเทศในช่วงสิ้นปี

จากการประชุมติดตามและเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ โดยมี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุมครั้งนี้ และได้เชิญผู้บริหารรัฐวิสาหกิจที่มีวงเงินลงทุนขนาดใหญ่ 19 แห่ง และบริษัทในเครือ 4 แห่ง เข้ารวมในการประชุมครั้งนี้ เพื่อรับฟังนโยบายในการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงสุดท้ายของปี 2562 และในปี 2563 ได้อย่างต่อเนื่อง

            ด้านรองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ได้เปิดเผยว่า ในช่วง 4/2562 จะมีเม็ดเงินลงทุนของรัฐวิสาหกิจกว่า 100,000 ล้านบาท จาก 45 แห่ง เข้ามาในประเทศ ซึ่งมาจากการลงทุนของรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ เช่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ พีทีที ที่จะลงทุนด้านความมั่นคงทางพลังงาน การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ที่จะลงทุนโครงการทางด่วน และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เป็นต้น ซึ่งคาดว่าการลงทุนดังกล่าว จะส่งผลให้เกิดการจ้างงาน และการลงทุนของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องได้ ได้มอบนโยบายแก่รัฐวิสาหกิจให้เร่งรัดการเบิกจ่ายรัฐวิสาหกิจอย่างต่อเนื่อง โดยให้รัฐวิสาหกิจดำเนินการ ฟรอนท์ – โหลด ในส่วนโครงการที่สามารถดำเนินการได้ก่อน และยังมีการเปิดเผยว่า ได้มีนักธุรกิจเข้ามาแสดงเจตจำนงประสงค์ที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยทั้งหมด 2 ราย ได้แก่ ไมโครซอฟท์ และอเมซอน

            สภานการณ์เศรฐกิจโลกในปัจจุบันทำให้การซื้อขายระหว่างประเทศมีความชะลอตัวขึ้นมาก ทำให้ไม่สามารถตั้งความหวังไว้กับภาคการส่งออกของประเทศได้มากนักเหมือนแต่ก่อน กระทรวงการคลังจึงต้องเร่งประเมินสถานการณ์และติดตามผลต่อไปว่าควรใช้มาตรการอย่างไรให้เหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุบันมากที่สุด

            สำหรับในส่วนของงบประมาณปี 2563 จะสามารถเริ่มใช้ได้ตอนช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของปี 2563 เป็นต้นไป ซึ่งระหว่างนี้รัฐวิสาหกิจมีผลการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมตั้งแต่เดือนมกราคม 2562 – ตุลาคม 2562 จำนวน 122,088 ล้านบาท หรือคิดเป็น 82% ของแผนการเบิกจ่ายลงทุนสะสม โดยผลการเบิกจ่ายงบลงทุนส่วนใหญ่มาจากรัฐวิสาหกิจที่มีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ จึงทำให้ประเทศยังสามารถรับมือกับปัญหาได้อยู่ และคาดว่าช่วงสิ้นปีจะมีการเบิกจ่ายงบลงทุนได้มากกว่า 70%

            ทั้งนี้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ยังได้บอกอีกว่ายังคงต้องติดตามด้านเศรษฐกิจอยู่เรื่อย ๆ และมีการประเมินพิจารณาการใช้มาตรการรับมือกับสถานการณ์อย่างเหมาะสม เชื่อว่ายังไงก็ตามไม่มีความเสี่ยงที่จะฟองสบู่แตกตามที่ข่าวออกมา หากคุณเริ่มเป็นผู้ประกอบการมือใหม่ควรทำการศึกษาให้ดีก่อนการลงทุน และหาตัวช่วยดี ๆ ในการติดต่อซื้อสินค้าผลิตภัณฑ์อย่าง บริษัท ไทยฮัวโฟร์ยู จำกัด ทางเรามีบริการจัดหา สั่งซื้อ และนำเข้าผลิตภัณฑ์สินค้าจากประเทศจีนจัดส่งถึงคุณทั่วประเทศไทย เพียงคุณติดต่อมาที่ https://www.thaihua4u.net/ หรือโทร 083-0904009

 

แหล่งอ้างอิง

ฐานเศรษฐกิจ, “สมคิด”อัดงบรสก.แสนล้านสิ้นปี, วันที่ 15 พฤศจิกายน 2019. จาก https://www.thansettakij.com/content/money_market/414703?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

โพสต์ทูเดย์, "สมคิด"ลั่นไม่ลดลงทุนรัฐวิสาหกิจ สั่งเร่งเบิกจ่ายตามเป้าหมาย, วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562. จาก https://www.posttoday.com/finance-stock/news/606479

มติชนออนไลน์, “สมคิด” ยันเศรษฐกิจไทยยังไม่วิกฤติ หารือก.คลังเตรียมมาตรการรับมือหากจำเป็น, วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562. จาก https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_1754851

Powered by MakeWebEasy.com