แจ็กหม่า!! ทวงคืนตำแหน่งแชมป์มหาเศรษฐีจีน

Last updated: Oct 28, 2020  |  97 จำนวนผู้เข้าชม  |  สาระ สีสันน่ารู้

แจ็กหม่า!! ทวงคืนตำแหน่งแชมป์มหาเศรษฐีจีน

มาดูกันหน่อยดีกว่าค่ะ กับการทวงตำแหน่งคืนของแจ็กหม่า !!!

ถือได้ว่าสมกับเป็นเค้าจริงๆ แจ็กหม่ากลับมาเป็นเเชมป์มหาเศรษฐีจีนได้อีกครั้ง หลังจากนำเเอ๊นท์ (Ant Group) กรุ๊ปธุรกิจการเงินยุคใหม่ขยายความมั่งคั่งของตนเองผ่านตลาดหลักทรัพย์ของจีน

ทุกคนยังคงจำกันได้ หลังจากเสียแชมป์มหาเศรษฐีจีนให้จง ชานชาน (Zhong Shanshan) เจ้าของ “หนงฟูสปริง” (Nongfu Spring) น้ำดื่มบรรจุขวดชื่อดังของจีน ล่าสุด แจ็ก หม่า (Jack Ma) แห่งกลุ่มอาลีบาบา (Alibaba Group) ก็เตรียมทวงบัลลังก์คืนด้วยการนำเอาแอ๊นท์กรุ๊ป (Ant Group) กลุ่มธุรกิจการเงินยุคใหม่ขยายความมั่งคั่งของตนเองผ่านตลาดหลักทรัพย์ของจีน

“สุดยอดฟินเทคของโลก” แอ๊นท์ในปัจจุบันเติบโตจากการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอาลีบาบา โดยกลุ่มอาลีบาบาได้เปิดบริการการเงินออนไลน์ภายใต้ชื่อ “อาลีเพย์” (Alipay) หรือ “จือฟู่เป่า” (Zhifubao) เมื่อปี 2004

ในช่วงแรกๆ นั้นบริการของอาลีเพยุถูกออกแบบเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศน์การค้าออนไลน์ โดยทำหน้าที่เป็นบุคคลที่ 3 รับฝากเงินของผู้ซื้อ เก็บรักษา และโอนเงินชำระค่าสินค้าแก่ผู้ขายออนไลน์เมื่อผู้ซื้อพึงพอใจกับสินค้า โดยไม่เรียกเก็บค่าบริการ และต่อมาก็พัฒนาแอ็พกระเป๋าตังค์ บริการโอนเงินดิจิตัล และบริการชำระค่าสาธารณูปโภค และอื่นๆ อีกมากมาย

ด้วยบริการที่ดีและน่าเชื่อถือ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้แอ็พได้รับความสะดวก และประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการโอนเงิน อาลีเพย์ได้ขยายฐานลูกค้าเป็นจำนวนหลายร้อยล้านคน และส่งผลให้อาลีเพย์กลายเป็นแพล็ตฟอร์มโอนเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลกในเวลาเพียง 5 ปีต่อมา

ในปี 2011 แจ็ก หม่าตัดสินใจแยกอาลีเพย์ออกจากบริษัทแม่ โดยจัดตั้งสำนักงานใหญ่ที่นครหังโจว(Hangzhou) เมืองเดียวกับของอาลีบาบากรุ๊ป

2 ปีต่อมา บริษัทก็เปิดบริการ “ยู่เอ๋อเป่า” (Yu’ebao) ที่เปิดให้ประชาชนได้รับดอกเบี้ยจากการฝากเงินออนไลน์ในอัตราที่สูงกว่าของธนาคารพาณิชย์ทั่วไป โดยสามารถเปิดวงเงินฝากต่ำสุดเพียงแค่ 1 หยวนเท่านั้น ไม่นานหลังจากนั้น สินทรัพย์ของหน่วยธุรกิจนี้ก็พุ่งขึ้นเป็นราว 1.2 ล้านล้านหยวน กลายเป็นจุดรับฝากเงินออนไลน์ที่ใหญ่สุดในโลก

และต่อมาเมื่อกฎระเบียบเกี่ยวกับเงื่อนไขสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติในธุรกิจการเงินในจีนได้รับการปลดล็อก ยู่เอ๋อเป่าก็ขยายความร่วมมือกับสถาบันการเงินชั้นนำของต่างชาติอีกหลายราย ส่งผลให้ยู่เอ๋อเป่ากลายเป็นแพล็ตฟอร์มด้านการลงทุนออนไลน์ที่ใหญ่สุดในโลก และสามารถสร้างรายได้ในสัดส่วนราว 15% ของรายได้โดยรวมของแอ๊นท์ในปัจจุบัน

ในปี 2014 หลังจากที่กลุ่มอาลีบาบาได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กด้วยมูลค่า IPO ที่สูงถึง 25,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แจ๊ก หม่าก็กลับมาซื้อ 33% ของหุ้นของอาลีเพย์โดยรวม และเปลี่ยนชื่อ “อาลีเพย์” เป็น “กลุ่มแอ๊นท์ไฟแนนเชียลเซอร์วิส” (Ant Financial Services Group) และเปลี่ยนเป็น “แอ๊นท์กรุ๊ป” เมื่อไม่นานมานี้ โดยใช้มดซึ่งเป็น “แมลงตัวน้อย” เป็นโลโก้ และใช้มดสวมชุดเฉกเช่นซุปเปอร์แมนเป็นมาสก็อต เพื่อสะท้อนว่าธุรกิจของกลุ่มเปี่ยมด้วยพลังและพร้อมจะให้บริการแก่ “คนตัวเล็ก” เสมอ

ในปี 2015 แอ๊นท์สร้างความฮือฮาด้วยการนำเสนอนวัตกรรมการชำระเงินผ่านระบบการจดจำใบหน้า (Facial Recognition) เป็นรายแรกของโลก และพัฒนาระบบการประเมินสินเชื่อ (Credit Scoring) ที่ชื่อว่า “จือหม่าเครดิต” (Zhima Credit) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่นำไปต่อยอดธุรกิจสินเชื่อออนไลน์ในชื่อ “มายแบ้งค์” (MYbank) ซึ่งแอ๊นท์ถือหุ้น 30% และเป็นคู่แข่งกับวีแบ้งค์ (WEbank) ของเท็นเซ้นต์ในปัจจุบัน

มายแบ้งค์ใช้หลักการ 310 ในการให้บริการ โดยลูกค้าจะใช้เวลากรอกข้อมูลขอสินเชื่อเพียง 3 นาที หลังจากนั้น ระบบจะอาศัยข้อมูลขนาดใหญ่มาใช้ในการวิเคราะห์สินเชื่อโดยใช้เวลาเพียงเสี้ยวนาที และไม่ต้องไปพบเจ้าหน้าที่ธนาคาร นอกจากนี้ ระบบยังเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง 365 วัน

ด้วยบริการที่สะดวกและรวดเร็วทันใจ ทำให้ช่วยให้ SMEs จีนจำนวนมากสามารถเข้าถึงสินเชื่อที่มีต้นทุนต่ำได้ ผ่านไปไม่ถึง 5 ปี มายแบ้งค์ก็มีลูกค้าถึงราว 20 ล้านราย และสามารถปล่อยสินเชื่อได้กว่า 300,000 ล้านหยวน

ในเดือนตุลาคม 2018 แอ๊นท์กระโดดเข้าสู่ตลาดประกันภัย ภายใต้หน่วยธุรกิจ “อินชัวร์เทค” (InsureTech) โดยนำเสนอแผนประกันสุขภาพ “เซียงฮู่เป่า” (Xianghubao) ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนจ่ายค่าค่าใช้จ่ายระดับ 100 หยวนต่อปีเพื่อแลกกับวงเงินประกัน 100,000-300,000 หยวนในหลายโรคร้าย อาทิ มะเร็ง อัลไซม์เมอร์ และอีโบล่า

อีกหนึ่งนวัตกรรมทางการเงินที่เติบโตแรงก็คือ หน่วยธุรกิจ “เครดิตเทค” (CreditTech) บริการสินเชื่อผู้บริโภคแบบ “นาโนเครดิต” ซึ่งมีบริการการเงินออนไลน์ 2 ส่วนอันได้แก่ “ฮวาเป่ย” (Huabei) ซึ่งแปลว่า “แค่ใช้” ทำหน้าที่เสมือนบัตรเครดิตออนไลน์ และ “เจี้ยเป่ย” (Jiebei) ซึ่งแปลว่า “แค่ยืม” ซึ่งเป็นบริการสินเชื่อผู้บริโภคออนไลน์ โดยคิดดอกเบี้ยในอัตรา 15% ต่อปี

ในชั่วพริบตา แอ็พทั้งสองมีฐานลูกค้าถึงราว 500 ล้านคน ทำให้ธุรกิจทั้งสองส่วนสามารถสร้างรายได้ก้อนใหญ่ที่สุดให้กับกลุ่ม โดยมีรายได้คิดเป็นสัดส่วนถึงเกือบ 40% ของรายได้โดยรวม กลายเป็นบริการสินเชื่อผู้บริโภคออนไลน์ที่ใหญ่ในโลก จากการวิเคราะห์ของกลุ่มโกลแมนซาคส์ (Goldman Sachs Group) คาดว่ายอดการปล่อยสินเชื่อนี้จะพุ่งขึ้นเป็นเกือบ 2 ล้านล้านหยวนในปี 2021

เคล็ดลับสำคัญคือ การทำประกันออนไลน์ระหว่างกันแบบกลุ่มที่สะดวกและประหยัด ผ่านไปเพียง 1 ปี ธุรกิจก็สามารถขยายฐานลูกค้าได้ถึง 100 ล้านราย ส่งผลให้เซียงฮู่เป่ากลายเป็นแพล็ตฟอร์มประกันภัยออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ “สุดยอดฟินเทคของโลก” นี้ทำรายได้รวม 72,500 ล้านหยวน และทำกำไรสูงถึง 21,200 ล้านหยวน โดยมีกิจการต่างชาติหลายรายที่เล็งเห็นถึงศักยภาพของแอ๊นท์เข้ามาร่วมถือหุ้นอยู่ด้วย

ขณะที่ธุรกิจในส่วนของอาลีเพย์ ที่เป็นตัวก่อกำเนิดจนมีแอ๊นท์ในวันนี้ ก็ยังคงเติบโตอย่างมีเสถียรภาพและเป็น “สะพานเชื่อม” ไปยังบริการการเงินดิจิจัลอื่นของกลุ่ม โดยมีจำนวนผู้ใช้มากกว่า 1,300 ล้านคนทั่วโลก โดยเป็นชาวจีนที่ใช้ประจำรวมถึง 900 ล้านคน ซึ่งใช้บริการโอนเงินผ่านอาลีเพย์ถึง 17 ล้านล้านหยวนต่อปี คิดเป็นสัดส่วนราว 55% ของมูลค่าการโอนเงินดิจิตัลของจีนในปัจจุบัน

ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า มูลค่า IPO เป้าหมายของแอ๊นท์ในสองตลาดหลักทรัพย์ฯ ดังกล่าวอยู่ที่ 250,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์ เพิ่มขึ้นจากราคาปัจจุบันถึง 35,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และทำให้แอ๊นท์มีมูลค่าแซงแบ้งค์ออฟอเมริกา คอร์ป (Bank of America Corp) และก้าวขึ้นเป็นธุรกิจการเงินที่ใหญ่สุดในโลก

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า แม้ว่าฐานลูกค้าและรายได้ส่วนใหญ่ของแอ๊นท์กระจุกอยู่ในจีน และเร่งขยายตัวเข้าสู่ตลาดอาเซียน อินเดีย และประเทศอื่นในเอเซียในอนาคต แต่แอ๊นท์ก็หวังว่าจะได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการกำกับตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงภายในกลางเดือนตุลาคมเพื่อสามารถเข้าเทรดได้ภายในวันที่ 3 พฤศจิกายน ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อหลีกเลี่ยงความผันผวนของตลาดที่อาจเกิดขึ้น

ปัจจุบัน แจ็ก หม่าถือหุ้นแอ๊นท์อยู่มากกว่า 50% นั่นหมายความว่า การเข้าลิสต์ในตลาดหุ้นในครั้งนี้จะทำให้เขารวยขึ้นอีกมาก และมากพอที่จะทำให้เขากลับมาทวงตำแหน่งแชมป์เศรษฐีจีนกลับมาได้

อย่างไรก็ดี เขาเคยเปรยถึงแผนลดสัดส่วนหุ้นของตนเองลงเหลือไม่เกิน 8.8% ของหุ้นทั้งหมดในอนาคต และจะบริจาค 611 ล้านหุ้นให้องค์กรการกุศล แต่ก็ไม่ได้เปิดเผยว่า “ให้แก่ใคร” และ “เมื่อไหร่” ซึ่งเมื่อวันนั้นมาถึง แจ็ก หม่าอาจได้เป็นแชมป์ผู้บริจาคของจีนอีกตำแหน่ง


บทความดีๆ ของแอดมินวันนี้ หวังว่าทุกท่านคงได้ประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะค่ะ

ขอบคุณแหล่งอ้างอิงจาก : moneyclub.asia

Powered by MakeWebEasy.com